วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีกระชับรูขุมขน

  1. รักษาความสะอาด การรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเหนื่อยหนักง่วงนอนแค่นั้น คุณก็ห้ามนอนทั้ง ๆ ที่ยังมีเครื่องสำอางอยู่บนผิวหน้าเป็นอันขาด และควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน ซึ่งจะเป็นการช่วยกำจัดความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันรูขนขุมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนกว้างได้
  2. ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นวันละ 2 ครั้ง การล้างหน้าจะเป็นการช่วยล้างครามสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนอยู่ให้ออกไป ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงเหมือนเดิมได้ แต่การล้างที่เหมาะสมควรล้างวันละ 2 รอบเท่านั้น คือช่วงตอนเช้าตื่นนอนและตอนกลางคืนในช่วงชำระล้างร่างกาย
  3. ดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การผักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่นอนดึกมากจนเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ และที่สำคัญต้องไม่เครียดด้วยนะเอ่อ ^^”
  4. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รูขุมขนกว้างที่เกิดจากการอุดตันของไขมัน ส่วนหนึ่งอาจมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันสูงอย่างอาหารทอดทั้งหลาย ถ้าเป็นได้ควรหลีกเลี่ยงแล้วหันมารับประทานอาหารที่ประโยชน์แทนเช่น ผักผลไม้สด ปลา เป็นต้น
  5. ขจัดความมันบนใบหน้า พยายามทำผิวให้แห้ง เพราะการทำผิวให้แห้งจะทำให้ชั้นเคอราตินหดตัวเล็กลง จึงดูเหมือนว่ารูขุมขนมีขนาดเล็กลง โดยอาจเลือกใช้คลีนเซอร์แบบ oil-control หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิค เอสิด ซึ่งจะช่วยป้องกันความมันบนหน้าก็ได้
  6. โทนเนอร์กระชับรูขุมขน คุณควรใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวอีกครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งโทนเนอร์นี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น ช่วยลดสิ่งอุดตันต่าง ๆ ทำให้ผิวดูกระชับ
  7. ครีมกระชับรูขุมขน หรือ เซรั่มกระชับรูขุมขน ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขนจำพวกครีมหรือเซรั่มหลายยี่ห้อที่สามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้ แต่จะต้องมาดูกันอีกทีว่าผิวหน้าของคุณเหมาะกับการใช้ครีมตัวไหน ซึ่งบางสูตรจะช่วยเคลือบผิวให้ดูเรียบเนียน บางสูตรจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นฟื้นฟูผิวหนังด้านบนให้ดูเอิบอิ่ม หรือบางสูตรจะมีสารที่ช่วยละลายสิ่งอุดตันที่มีอยู่ในรูขุมขน เมื่อรูขุมขนสะอาดจึงทำให้รูขุมขนดูเล็กลง สำหรับคนที่มีปัญหารูขุมขนกว้างมากอยู่แล้วก็มักจะเป็นคนผิวมันด้วย ฉะนั้นคุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมแบบเจลหรือมีเนื้อบางเบาเพื่อให้ซึมซับได้ง่ายและไม่ทิ้งส่วนเกินไว้บนใบหน้า โดยควรใช้ทุก ๆ ครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งจะเป็นเวลาที่รูขุมขนเปิดและผิวหนังจะซึมซับครีมบำรุงได้ดี
  8. หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางบางชนิด เครื่องสำอางบางอย่างโดยเฉพาะบีบีครีม อาจเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอุดตันซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ดังนั้นถ้าคุณอยากปกปิดรูขุมขนก็ควรหันมาใช้แป้งที่ผสมรองพื้นแทนจะดีกว่า ทั้งนี้ยังควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียม สารกันบูด และผลิตภัณฑ์ประเภทออยล์เบส (Oil based) ด้วย เพราะจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย ทำให้หน้ามันและเสี่ยงต่อการเกิดสิวมากขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่หยาบกระด้าง ซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้เส้นเลือดฝอยขยาย กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตความมันออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ขนาดของรูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น
  9. ใช้เครื่องสำอางสูตรปกปิดหรือพรางรูขุมขน โดยจะช่วยปกปิดหรือพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลงด้วยส่วนประกอบบางอย่าง เช่น ซิลิโคน วิธีนี้อาจจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไปหน่อย จึงควรระวังเรื่องส่วนประกอบบางชนิดที่อาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้
  10. ปกป้องผิว คุณควรปกป้องผิวหน้าของคุณด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนการออกแดด เพราะแสงแดดและความร้อนนั้นเป็นตัวการทำให้หน้าเกิดการหมองคล้ำ ผิวเสียความชุ่มชื้น และทำให้หน้ามันมากขึ้น ซึ่งเหล่านี้เองเป็นต้นเหตุทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
  11. แผ่นลอกสิวเสี้ยน อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดรูขุมขนกว้างได้ เพราะแผ่นลอกจะเป็นตัวช่วยจับเอาสิ่งสกปรกและสิวบนใบหน้าของคุณออกไป ทำให้รูขุมขนไม่เกิดการอุดตันและเล็กลง แต่ก็ไม่ควรทำบ่อย ๆ เพราะจะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป ทำให้ผิวบางลง และอาจทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิมก็ได้
  12. ประคบน้ำแข็ง ให้นำก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้าแล้วถูวนเบา ๆ ไปตามผิวโดยเฉพาะบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง (หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบาง ๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้) โดยให้ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 20-30 วินาที หรือทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพอใจ (ถ้าทนได้นะ) ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงและช่วยเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหนาได้อีกด้วย ถ้าทุกวันอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน (หลังทำเสร็จคุณอาจใช้น้ำมะนาวนำมาทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้อีกประมาณ 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดด้วยก็ได้)
    ประคบน้ำแข็งลดรูขุมขน
  13. สครับผิวลดรูขุมขน การสครับผิวสามารถช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้เป็นอย่างดี ในหนึ่งสัปดาห์นั้นคุณควรสครับผิวให้ได้อย่างน้อย 1-2 ครั้ง ซึ่งการสครับผิวจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันบนใบหน้าและช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วซึ่งมีโอกาสที่จะเข้าไปอุดตันรูขุมขนให้หลุดลอกออกไปได้
    • สครับน้ำตาลทรายผสมน้ำผึ้ง เริ่มจากให้นำน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมันมะพอก แล้วนำมาทาให้ทั่วหน้าพร้อมกับขัดวนเป็นวงกลมเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ซึ่งน้ำผึ้งนั้นจะนอกจากจะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้แล้วยังช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลงได้อีกด้วย
      สูตรกระชับรูขุมขน
    • สครับเกลือทะเลผสมโยเกิร์ต ให้เลือกใช้เกลือที่มีขนาดเล็กนำมาผสมกับโยเกิร์ตจนเกลือกลายเป็นเม็ดละเอียด จากนั้นให้นำมาทาให้ทั่วใบหน้าพร้อมกับใช้ปลายนิ้ววนเป็นวงกลมเบา ๆ ประมาณ 3 นาที วนเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น (สำหรับคนผิวแห้งไม่แนะนำให้ใช้สูตรนี้ แต่แนะนำให้ใช้เฉพาะโยเกิร์ต)
  14. พอกหน้ากระชับรูขุมขน หรือ มาร์คกระชับรูขุมขน อีกวิธีที่ช่วยลดปัญหารูขุมขนใหญ่และช่วยให้ผิวกระชับได้ ซึ่งสูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขนก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตรกัน ซึ่งบางสูตรอาจจะเหมาะกับคนผิวมัน-ผิวผสม แต่บางสูตรอาจเหมาะกับคนผิวแห้ง-ผิวธรรมดา ได้แก่
    • โยเกิร์ต สูตรกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแค่คุณนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งโยเกิร์ตจะมีกรดแลคติกและโปรไบโอติกที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขนได้ด้วย
      พอกหน้ากระชับรูขุมขน
    • น้ำผึ้ง วิธีนี้ให้นำน้ำผึ้งแบบเพียว ๆ มานวดบริเวณใบหน้า หรือจะใช้ผสมกับโยเกิร์ตก็ได้ หากทำเป็นประจำก็จะช่วยบำรุงผิวและลดรูขุมขนได้อย่างชัดเจน
    • เบคกิ้งโซดา หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเบคกิ้งโซดานอกจากจะนำใช้กระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้แล้วยังช่วยต่อต้านการเกิดสิวได้อีกด้วย โดยวิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้เบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาลงบนผิวหน้าที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง พร้อมกับทำการนวดเบา ๆ วนเป็นวงกลมประมาณ 30 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น โดยให้ทำเป็นประจำทุกคืน แล้วจึงค่อย ๆ ลดลงเหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ (สำหรับคนผิวบอบบาง ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวได้)
    • มะเขือเทศ ผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามินเอและซี ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องสิวและทำให้ผิวกระจ่างใสได้แล้ว มะเขือเทศยังมีกรดธรรมชาติที่ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อีกด้วย วิธีนี้ให้คุณนำเนื้อมะเขือเทศมาปั่นให้ละเอียดหรือคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที (หรือจะนำมะเขือเทศมาผ่าออกเป็น 2 ซีก แล้วนำส่วนด้านในมาถูกับผิวหน้าก็ได้) แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อทำให้รูขุมขนหดตัวลงและบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น
      มาร์คกระชับรูขุมขน
    • มะเขือเทศผสมแอพริคอต ให้นำทั้งสองอย่างมาบดให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
    • มะนาว ผลไม้บำรุงผิวและช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างอย่างได้ผล เพียงแค่ใช้น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาพอกทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก หากทำเป็นประจำรับรองได้เลยว่ารูขุมขนใหญ่ ๆ จะค่อย ๆ จางหายไปอย่างแน่นอน
    • มะนาวผสมไข่ขาว ให้ใช้เฉพาะไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาใช้ทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วอีกทีด้วยน้ำเย็น (สำหรับคนผิวแห้งให้ใช้เฉพาะไข่ขาว)
    • มะนาวผสมน้ำน้ำสับปะรด วิธีนี้ให้คุณนำผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ สำหรับเช็ดหน้า นำมาแช่ในน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด หรือจะบีบน้ำจากผลไม้ทั้งสองชนิดลงบนผ้าเช็ดหน้าให้พอชื้น ๆ เลยก็ได้ จากนั้นก็ให้นำผ้าขนหนูมาวางทาบลงไปบนใบหน้าที่มีปัญหารูขุมขน โดยทิ้งเอาไว้ประมาณ 60 วินาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ซึ่งผลไม้ทั้งสองชนิดนี้จะมีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยกระชับผิวให้เต่งตึงและทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลงได้
    • มะละกอ เป็นวิธีลดรูขุมขนแบบง่าย ๆ ด้วยการใช้เนื้อมะละกอสุกนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยในมะละกอจะมีกรดผลไม้หรือเอเอชเอและเอนไซม์ผลไม้จากธรรมชาติ ที่สามารถช่วยขจัดสิ่งตกค้างและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้
      สูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขน
    • กล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้า เป็นวิธีกระชับรูขุมขนแบบธรรมชาติที่ทำได้ง่าย เพียงแค่นำกล้วยมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเติมนมสดหรือน้ำผึ้งลงไปพร้อมกับขยี้หรือบดให้ละเอียดจนได้เป็นครีมเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น และซับหน้าให้แห้ง ก็จะช่วยกระชับรูขุมขนได้
    • แตงกวาผสมน้ำผึ้ง เริ่มจากให้นำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้น แล้วนำแตงกวาประมาณ 2-3 ชิ้น มาปั่นรวมกับน้ำผึ้งจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือรอจนกว่าจะแห้ง เมื่อครบเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงความเต่งตึงและกระชับขึ้น
    • แตงกวาผสมเลมอน วิธีนี้ให้ใช้แตงกวา 1 ลูก นำมาฝานและยีจนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับน้ำเลมอน 2-3 หยด แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยแตงกวานั้นจะช่วยลดรูขุมขน ส่วนเลมอนจะช่วยลดจุดด่างดำหรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอบนใบหน้า และช่วยให้ผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป
    • ผักกาดขาวผสมมะนาว สูตรกระชับรูขุมขนด้วยวิธีธรรมชาติสูตรนี้ให้นำผักกาดขาวประมาณ 2-3 ใบที่ล้างสะอาดแล้วมาบดให้ละเอียด จากนั้นให้นำน้ำมะนาวที่คั้นไว้ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมลงไป แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด
    • ขมิ้นชัน สุดยอดสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย โดยเฉพาะการนำมาใช้บำรุงผิวพรรณ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดปัญหาผิวต่าง ๆ และช่วยลดรูขุมขนกว้างให้เรียบเนียนขึ้น เพียงแค่นำผงขมิ้นชั้นมาผสมกับน้ำเปล่าให้ได้เป็นเนื้อข้น ๆ แล้วนำมาพอกไว้บริเวณที่เป็นสิวเสี้ยน ทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยล้างออก โดยให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
    • ใบบัวบก สมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงผิวสวยได้อย่างน่าทึ่ง เพียงแค่นำใบบัวบกสด ๆ มาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วนำมาพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า แล้วค่อยล้างออก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดรูขุมขนของคุณได้แล้ว
      advertisements
  15. รับประทานยาในกลุ่มของกรดวิตามินเอ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดรับประทาน ที่มีชื่อสามัญทางยาว่า ไอโซเตรติโนอิน (isotretinoin) หรือ เรติโนอิก แอซิด (retinoic acid) และมีชื่อทางการค้าว่า Acnotin® (แอคโนทิน), Roaccutane® (โรแอคคิวเทน), Isotane® (ไอโสเทน), Sotret® (โสเตรส) เป็นต้น ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาสิวที่มีฤทธิ์กดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมันลดลง ส่งผลให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง แต่วิธีนี้แพทย์ผิวหนังหลายคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะเหมือนว่าเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน เนื่องจากการรับประทานยากลุ่มนี้จะมีผลข้างเคียงหลายประการ และเมื่อหยุดยาต่อมไขมันและรูขุมขนใหญ่ก็จะกลับมาเหมือนเดิมAccutane
  16. การทาครีมที่ผสมด้วยกรดผลไม้อ่อน ๆ (Chemical Peeling) เช่น AHA,PHA เป็นประจำ เพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ให้หลุดลอกออกไปได้ง่าย ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน ไขมันบริเวณผิวหนังกระจายตัวได้ดี ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลง และช่วยให้ผิวขาวเนียนใสขึ้น
    Chemical Peeling
    Chemical Peeling
  17. การทำไอออนโตโฟเรซิส (iontophoresis) โดยใช้ยากลุ่มวิตามินเอ, Hyaluronic acid หรือ Aloe vera เพื่อลดรูขุมขนกว้าง โดยหลักการของเครื่องไอออนโต คือ กระบวนการนำยาหรือเจลให้ซึมลงสู่ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำเป็นตัวผลักยาเข้าสู่ผิวหนัง ซึ่งประจุไฟฟ้าดังกล่าวจะช่วยทำให้รูขุมขนของผิวหนังเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้ตัวยาที่จะใช้รักษารูขุมขนกว้างสามารถแทรกซึมลงไปยังผิวหนังได้ดีกว่าการทาครีมทั่วซึ่งจะแทรกซึมได้แค่บริเวณผิวหนังชั้นบนเท่านั้น
  18. การฉีดเมโสลดรูขุมขน หรือ เมโสเทอราปี (Mesotherapy) อีกวิธีแก้รูขุมขนกว้าง เป็นการรักษาโดยใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ และฉีดยาเข้าไปในผิวในระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยยาที่ฉีดเข้าไปจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน หรืออาจเป็นตัวยาอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน ซึ่งจะช่วยลดจุดด่างดำและริ้วรอย ทำให้รูขุมขนเล็กลง
    Mesotherapy
  19. ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic acid) ชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในผิว (สารที่โอบอุ่มน้ำ) ให้ดูเติมเต็ม (ต้องใช้ตัว soft เท่านั้น) ทำให้ผิวแน่นขึ้น จึงช่วยกระชับรูขุมขนได้ผลดีมาก แต่ผลที่ได้จะไม่อยู่ถาวร (อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน) เนื่องจากไม่ใช่ฟิลเลอร์แบบเดียวกับที่ใช้ฉีดจมูก แม้จะเป็นสารตัวเดียวกันก็ตาม
  20. ฉีดโบท็อกซ์กระชับรูขุมขน (Botox) หรือ การฉีดเมโสโบท็อกซ์ การฉีดโบท็อกซ์ก็ช่วยกระชับรูขุมขนได้ครับ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่มากนัก เพราะคาดว่าจะไปลดการกระตุ้นต่อมเหงื่อ พอการหลั่งของต่อมเหงื่อน้อยลง ผิวจะเกิดการคั่งของเหงื่อลดลง จึงทำให้รูขุมขนเล็กลงได้ โดยจะเห็นผลในสัปดาห์หลังการฉีด แต่ผลที่ได้จะไม่อยู่ถาวร และอาจต้องฉีดซ้ำทุก ๆ 3-5 เดือน
    โบท็อกซ์กระชับรูขุมขน
  21. เดอร์มาโรลเล่อร์ (Dermaroller) เป็นวิธีการรักษาโดยการทำให้เกิดหลุมเล็ก ๆ เพื่อให้ผิวหนังเกิดการสร้างคอลาเจนและปรับผิวให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ช่วยลดริ้ว และช่วยกระชับรูขุมขนได้ ซึ่งก่อนทำคุณหมอจะทายาชาไว้ก่อนประมาณ 45-60 นาที จากนั้นจะใช้หัวเดอร์มาโรลเล่อร์ซึ่งจะประกอบไปด้วยเข็มขนาดเล็ก (198 เข็ม) กลิ้งไปบนผิวหน้าเพื่อให้เกิดแผลตามรูขุมขนเล็ก ๆ ทั่วทั้งใบหน้า (มองไม่เห็ฯรอยแผลจากเข็ม) และระหว่างทำจะมีการทาสารละลาย ยา หรือสารบำรุงต่าง ๆ เพื่อให้ซึมลงไปตามรูขุมขนด้วย (ซึ่งก็แล้วแต่สูตรของแต่ละคลินิก) โดยอาจต้องทำซ้ำประมาณ 4-5 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
    Dermaroller
    เดอร์มาโรลเล่อร์
  22. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี หรือ ไมโครเดอร์มาเบรชั่น (Microdermabrasion – MD) เป็นการกรอผิวหนังโดยใช้หลักการพ่นเกล็ดคริสตัลที่ทำด้วยผลึกอลูมิเนียมออไซด์ที่มีขนาดเล็กหรือเกล็ดของเพชร พร้อมแสง LED โดยอาศัยเครื่องที่ทำงานด้วยระบบสุญญากาศ ซึ่งจะได้ผลการรักษาที่ดีกว่าการกรอผิวแบบอื่น ๆ เพียงแต่ต้องอาศัยการทำอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาทำครั้งละประมาณ 60 นาที โดยทั่วไปหลังการรักษาผิวหนังอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดแผล โดยทั่วไปแล้วควรจะทำทุก ๆ 1-2 สัปดาห์อย่างต่อเนื่องประมาณ 6-10 ครั้ง ผลที่ตามมานอกจากจะช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้างแคบลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังช่วยรักษารอยดำจากฝ้า กระ ริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยดำจากแผลต่าง ๆ รวมถึงรอยแผลเป็นและรอยบุ๋มก็ตื้นขึ้นอีกด้วย
    Microdermabrasion
    การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี
  23. การทำ IPL (Intense Pulse Light) เป็นการรักษารอยเหี่ยวย่น (Rejuvenation) โดยใช้แสงความเข้มข้นสูงที่มีความยาวคลื่น 530-600 nm ยิงเข้าไปเพื่อส่งความร้อนที่สามารถทำให้มีการสร้างคอลลาเจนชั้นผิวหนังแท้เพิ่มขึ้น ทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ จางหายไป ทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลงและกระชับขึ้น แต่ไม่ถึงกับเรียบสนิท แต่การรักษาด้วยวิธีจะต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลชัดเจน และผลการรักษาจะอยู่เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น จึงต้องมาทำซ้ำทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อให้ผลการรักษายังคงอยู่
    ไอพีแอลกระชับรูขุมขน
    IPL
  24. เลเซอร์กระชับรูขุมขน / คลื่นความถี่วิทยุ (RF) เช่น Erbium yag, Fraxel, E Matrix, Fractional CO2, Foracell ฯลฯ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม (เป็นวิธีทําให้รูขุมขนเล็กลงได้ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน) ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลงได้แล้ว ยังช่วยทำให้ผิวหน้าโดยทั่วไปเรียบเนียนขึ้นมาอีกด้วย โดยทั่วไปจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับการรักษา ผลที่ได้จะไม่ถาวร และต้องทำซ้ำทุก ๆ 3-6 เดือน แต่การทำเลเซอร์คุณควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือและมีเครื่องมือที่ทันสมัย (ปัจจุบันมีเครื่องหลายรุ่นแบบหลายแบบมากครับที่ช่วยกระชับรูขุมขนได้ และขึ้นอยู่กับเทคนิคการใช้ด้วย หมอแต่ละคนอาจใช้ไม่เหมือนกัน ซึ่งไว้ผมจะกล่าวถึงในบทความหน้าครับ)
    เลเซอร์กระชับรูขุมขน
  25. โฟโต้ชอบหรือโปรแกรมแต่งรูปต่าง ๆ วิธีนี้เหมาะกับทุกสภาพผิวและไม่มีข้อจำกัด 5555 ข้อดีคือใช้ง่ายและเห็นผลทันที ไม่เสียค่าใช้จ่าย รู้สึกดีที่ได้เห็นภาพหลังทำ แต่มีข้อเสียสำคัญคือ ผลลัพธ์จะยอดเยี่ยมแค่จากในรูป -_-“
หมายเหตุ : ภาพที่นำมาใช้ประกอบเป็นไปเพื่ออธิบายการทำงานของการรักษาแต่ละวิธีเท่านั้น (เผื่อบางคนอาจมองภาพไม่ออก) ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจไม่เป็นอย่างในรูป เพราะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย เช่น สภาพผิว เครื่องมือที่ใช้รักษา ความชำนาญของแพทย์ จำนวนครั้งการรักษา เป็นต้น

รูขุมขนกว้าง

ปัญหารูขุมขนกว้างส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่เกิดมาจากพันธุกรรม โดยรูขุมขนใหญ่มักจะพบได้ในบริเวณ T-zone และเกิดขึ้นบ่อยสุดในคนผิวมัน รูขุมขนเป็นสิ่งที่ต้องมีกันทุกคน แต่ถ้าอยากให้รูขุมขนเล็กลง ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าจะทำให้เล็กขนาดใหญ่ แบบไม่เหลือรูเลยหรือเนียนแบบท้องแขนเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ ! เพราะยังไม่มีวิธีใด ๆ ที่สามารถทำให้เรียบได้ขนาดนั้น ยิ่งบริเวณจมูกยิ่งยากใหญ่ แต่ก็สามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างให้เล็กลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

  1. การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม ปัญหารูขุมขนกว้างนั้นมักเกิดจากการดูแลผิวที่ผิดวิธี เช่น การไม่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน ไม่ขัดผิว ไม่ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เลย เป็นต้น
  2. สิวอุดตันและสิวหัวดำ สิวคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบบีบสิวเป็นประจำ
  3. ฮอร์โมนของวัยแรกรุ่น สำหรับวัยนี้จะเป็นวัยที่รูขุมขนจะขยายใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะผิวจะมีการขับความมันออกมามากขึ้น
  4. ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง เพราะถ้าต่อมใต้ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป ก็จะเกิดการขยายของรูขุมขนทำให้รูขุมขนกว้างได้
  5. แสงแดด การถูกแสงแดดเป็นประจำจะทำให้ผิวของคุณหนาขึ้น และนั้นอาจเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนอุดตันจนทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้ อีกทั้งแสงแดดยังเป็นตัวทำลายอีลาสตินและคอลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น คอลาเจนที่เป็นตัวรักษาความกระชับก็ถูกทำลายไป ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
  6. พันธุกรรม สำหรับใครที่คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นคนที่มีรูขุมขนกว้าง มันก็ไม่แปลกเลยที่คุณจะเป็นแบบนั้นด้วย
  7. สภาพแวดล้อม ความเครียด สิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน ฯลฯ

สูตรหน้าขาวใส มาแล้วจ้า วิธีทําให้หน้าขาวใสไร้สิว สูตรหน้าขาวใส
วิธีทำให้หน้าใส รับประกันเลย100%แต่ต้องทำทุกวันนะ
คือว่าเรามีวิธีทำให้หน้าใสอ่ะ อันนี้ได้มาจากอาจารย์ คืออาจารย์เราอายุมากแล้วแหละ แต่ว่าหน้าใสมากๆเลย เลย จะมาเล่าสู่กันฟัง แล้วลงทุนน้อยด้วยราคา 12 บาทเอง

วิธีทำ
1.ใช้โยเกิร์ต รสธรรมชาติ (เท่านั้น) รศอื่นห้ามนะ
2.ล้างหน้าให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง
3.จากนั้นก็ใช้ "โยเกิร์ต"พอกที่หน้า (บางๆ)
4.แล้วทิ้งไว้ให้แห้งติดกับหน้าเลย
5.จากนั้นก็ใช้นิ้วขัดโยเกิร์ตที่หน้า ขัดจนรู้สึกว่าเจ็บหน้าแล้วอ่ะ ก็พอได้
6.จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง
7.จากนั้นคุณจะรู้สึกว่าหน้าดีขึ้น จากนั้นก็ใช้ครีมรสน้ำนม(เท่านั้น) ทาที่หน้าเราแล้วห้ามทาแป้งนะ ทิ้งไว้แบบนั้นแหละ ก็ มีแค่นี้แหละนะ ลองทำดู ลงทุนน้อยได้ผลมากนะ เพราะเราทำแล้ว รู้สึกหน้าใสขึ้นเยอะเลยแหละ ต้องไปขอบคุณอาจารย์ซะแล้ว รับรองเลย แต่ว่าต้องทำทุกวันนะ ต้องนอนอ่ะ จะได้ผลที่สุด ไปล่ะนะ ถ้ามีอะไรดีดีจะมาเล่าต่อ บายจ้า ^__^

ที่มา http://dek-d.com/board /view.php?id=716478

สูตรหน้าใส ได้ผลจริงต้องสูตรนี้ โยเกิร์ต+มะเขือเทศ+ผงขมิ้น+มะขามเปียก ผสมกันนำมาพอกหน้า อาทิตย์ละครั้ง รับรองได้ผลทำมา12ปีแล้ว ดีมาก ลองทำดิ อยากให้คนไทยหน้าใสเหมือนเรา จาก คุณเฟริส กระทู้จากอินเทอร์เน็ต 


ใส หน้าใส ผิวสวย สวยใส ไร้สิว - 4 สูตรหน้าใส ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง 
1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า ล้าง หน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส นำ แอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน เตรียม โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ ผสม โยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี
ที่มา ladytip.com

สูตรหน้าขาว-ใส มาแล้วจ้า
สูตรที่1. ส่วนผสม 1.น้ำผึ้งประมาณ 6 ช้อนชา 2.มะขามเปียก(ไม่ต้องเอากากนะ) 3.นมจืด 6 ช้อนชา
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งสามมารวมกัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 น. ทำอาทิตย์ละ 2-3ครั้ง

สูตรที่2. ส่วนผสม 1.ไข่ไก่2-3ใบ(เอาแต่ไข่แดงนะ) 2.มะนาว2ช้อนชา
วิธีทำ นำไข่แดงมาผสมกับน้ำมะนาวตีให้เข้ากันทาทิ้งไว้5-10น. ทาครีมบำรุงเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื่นด้วยจ้า ทำอาทิตย์ละ2ครั้ง

สูตรที่3. ส่วนผสม 1.หัวไซเท้า
วิธีทำ ปอกเปลือกหัวไซเท้าแล้วล้างออก ฝานบางเฉียบแล้ววางลงบนใบหน้าทิ้งไว้ 15น.ล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำอาทิตย์ละ 2ครั้ง

สูตรที่4. ส่วนผสม 1.แอปเปิ้ลแดง(ไม่ปอกเปลือก) 2.นมสด
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้ง2อย่างมารวมกันดูปริมาณที่สมดุลกันแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ 2. น.แล้วล้างออก ทำอาทิตย์ละ2-3ครั้ง

สูตรที่5. ส่วนผสม 1.มะเชือเทศ 2.แตงกวา
วิธีทำ นำมะเขือเทศมาบดให้ละเอียดแล้วมาทาบนใบหน้า เอาแตงกวามาแปะตาไว้จะได้ไม่เป็นหมีแพนด้า
ที่มา http://board.narak.com/fashion_and_beauty/topic.php?No=135050

สูตรพอกหน้าหนุ่มๆ
1. น้ำผึ้ง + มะขามเปียก : เอามะขามเปียก มาแยกเม็ด และ ใยออก (แค่พอ ใช้ครั้งเดียว ) + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ในส่วนที่เท่ากันค่ะ ผสมกันเป็นเนื้อเดียวกัน จะข้นมาก ๆ เป็นสีน้ำตาลออกดำเลย เอามาพอกหน้า จะรู้สึกยิบ ๆ ที่หน้าพักหนึ่งแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ ล้างหน้าออกด้วยน้ำอุ่น .. OH George ! มันเยี่ยมอะไรอย่างนี้ .. หน้าขาว ใส สะอาด มาก ๆ เลยค่ะ

2. น้ำผึ้ง + ใบบัวบก : เอาใบบัวบกที่ยอดไม่แก่มากนะค่ะ เอามา 1 กำมือ มาสับ ๆ ๆ ๆ จนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เอาผ้าขาวบาง ( อย่าแอบใช้ที่นึ่งข้าวเหนียวนะค่ะ หุหุ ) มาห่อใบบัวบกที่สับแล้ว คั้นเอาน้ำออกมาก่อนค่ะ ได้สัก 8 - 10 หยด นี้ใช้ได้แล้ว เอา มาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เอากากของใบบัวบก มาผสม คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จะได้ ครีมพอกหน้าสีดำ ๆ เอามาโปะบนหน้าเลยค่ะ .. ล้างออก อีกแล้นนนน มันวิเศษมากจอร์จ .. เพราะว่า ใบบัวบก จะมีสาร เซนทริล่า ( คือ ตัวเดียวกับใน Smooth E , ครีมหน้าเด้ง ชั้นสูง ฯลฯ ) ใบบัวบก จะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง เมื่อเซลล์แข็งแรง ก็พร้อมจะทำงานของมันได้อย่างสมบูรณ์

3. น้ำผึ้ง + โยเกริ์ต : อันนี้แนะนำว่า ต้องเป็นโยเกริ์ตรส ธรรมชาตินะค่ะ และต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนใช้สูตรนี้ ไม่งั๊น สิวจะถามหาเน้อ ไม่มีไร มาก ก็เอามาผสมในอัตราที่เท่ากัน แล้วเอามาพอกหน้า ( ควรเป็น โยเกริ์ตแช่เย็น นะค่ะ)

4. น้ำผึ้ง + กล้วยหอม : เอากล้วยหอมมาปั่นให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นอีกครั้ง จะได้ครีมพอกหน้า สีน้ำตาลขุ่น ๆ เอามาพอกหน้าได้เลยครับ .. วิตามินเอ และ สารพัด วิตามิน จะไปบำรุงผิวหน้าให้ นุ่ม เซลล์ผิวแข็งแรง และ หน้าสะอาดค่ะ

5. น้ำผึ้ง + มะเขือเทศ : อันนี้หรือ . สุดยอดอีกตัวที่มีคนใช่บ่อย พอ ๆ กับ ตัวที่ 1 และ 2 ค่ะ ไม่มีไรมากค่ะ พยายามเลือกมะเขือเทศสด ที่ผิวสีแดง และ ผิวของมะเขือเทศด้านนอก ตึง ใส ไม่เ่ยว มา 1 ลูกค่ะล้างให้สะอาด เอาเข้าเครื่องปั่นให้ เละเลย ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนโต๊ะ เอามาพอกหน้า .. OH Double George ! ทำไมหน้ามันสดใส ขาว และ ดูมีน้ำในผิว เช่นนี้ .. อันนี้แหละค่ะ ที่สุดของที่สุด
ที่มา http://saowarose0092.212cafe.com/category/2563/


สูตรหน้าใสกิ๊ก
วัตถุดิบที่ใช้ แป้งดินสอพอง ขมิ้นหรือไพร มะขามเปียกหรือมะนาว

การกำจัดสิว แนะให้ใช้มะเขือเทศฝานบางๆ วางไว้ทั่วใบหน้าเป็นเวลา ๑๐ นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำ หน้าจะใสเป็นสีชมพู

การลดจุดด่างดำ ให้ ใช้น้ำมะขามเปียกผสมขมิ้นทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออก จากนั้นนำแตงกวาฝานบางๆ วางทั่วใบหน้า จุดด่างดำจะจางลง และหน้านุ่มขึ้น หรืออีกสูตร ใช้ว่านหางจระเข้ หรือจะเป็นเปลือกมังคุดถูหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก

การผลัดเซลล์ผิวผลัด เซลเก่าที่ร่วงโรยสร้างเซลเก่าให้ดูเนียนใสให้ใช้น้ำมะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง ขมิ้น นมสด เข้าด้วยกัน ใช้นวดหน้า ว่ากันว่า เซลที่ตาย สิวเสี้ยนเม็ดเล็ก เม็ดน้อย จะหลุดติดออกมา เห็นผลหน้านวลทันตา สูตรนี้ยังใช้นวดตัวให้ดูเปล่งปลั่งได้ด้วย ถ้าจะทำคราวเดียวมากๆ ควรนำสมุนไพรทั้งหมดไปเคี่ยวให้เดือดเสียก่อน จะเก็บไว้ทำสวยได้นานๆ

การปกป้องผิวจากริ้วรอย ให้ ใช้ใบบัวบกมาปั่นให้ละเอียด แล้วคั้นน้ำใบบัวบก ออกพอหมาดๆ เอาแต่กากมาพอกทั่วหน้า ทิ้งไว้ ๒๐ นาที ถ้าไม่ชอบสีของ ใบบัวบกก็เปลี่ยนมาใช้มะละกอ แครอท หรือมะนาวก็ได้ ทำวิธีเดียวกันสัปดาห์ละ๑-๒ ครั้ง

หน้าใสอมชมพู ต้อง ใช้ขิงแก่ ฝานบางๆ มีเคล็ดลับต้องฝานตามยาวจะได้ไม่มีเสี้ยน จะได้ไม่เจ็บเวลามาปาดหน้า ความแรงก็พอที่น้ำขิงจะออกมา อยากให้จุดไหนใสมีสีชมพู ก็ปาดทิ้งไว้ ๒ นาที ผิวจะรู้สึกร้อนๆ ตึงๆ แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็น ช่วยกระชับรูขุมขน บ๊าย...บาย เพื่อนๆต้องหน้าเนียนใสไร้สิวแน่นอน 99% อิอิ
ที่มา : http://writer.dek-d.com/keam_naruk/story/view.php?id=219199#ixzz1C88snvb5


สูตรหน้าใสไร้สิว
1. น้ำผึ้ง 1 ชอนโต๊ะ
2. ใข่ไก่ (เฉพาะใข่ขาว 1 ช้อนโต๊ะ)
3. มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
4. ผ้าชุบน้ำอุ่น
5.น้ำเย็นจัด 1 แก้ว

- นำผ้าที่ชุบน้ำอุ่นโป๊ะที่บริเวณใบหน้า
- หลังจากนั้นนำส่วยผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน ทาที่ใบหน้า 5 - 10 นาที
- จากนั้นล้างหน้าปกติ ตามด้วยน้ำเย็นจัด
- ชับหน้าให้แจ้งใบหน้าของคุณจะนิ่มทันที
- หลังจากนั้นให้ทาโลชั่นทันทีใบหน้าจะกระชับ
- คุณจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
- ทำอาทิตย์ละ 3 ครั้งก็พอ
สูตรโดยคุณ กัญญาณัฐ 


"มะนาว" สูตรเพิ่มหน้าขาวเนียนใสไร้จุดด่างดำ
นำ มะนาวแช่เย็น 1 ลูก มาผ่าออกเป็น 4 ซีก คั้นเอาแต่น้ำใส่แก้วไว้ จากนั้นนำเปลือกมะนาวไปชุบน้ำมะนาวที่ได้ แล้วมาถูเบาๆ บนใบหน้า กรดผลไม้จะทำปฏิกิริยากับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เพียงคุณๆ ทำอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าจะค่อยๆ ขาวใสขึ้น จุดด่างดำก็จะจางลง แต่อย่าถึงขั้นทำทุกวันล่ะ แค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอ

น้ำมะนาวที่เหลือก็อย่าทิ้งนะค่ะนำมาผสมกับดินสอพอง แล้วพอกส่วนที่ผิวแห้งกร้าน เช่นข้อศอก หัวเข่า ก็จะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

นอก จากจะช่วยทำให้หน้าขาวแล้ว ยังสามารถช่วยขจัดคราบสกปรก เช่นเล็บดำ เล็บโดนขี้โคลนหรือคราบต่างๆ ได้ โดยหลังจากที่คั้นน้ำออกแล้ว อย่านำเปลือกไปทิ้งนะค่ะ นำมาถูเล็บมือกับเล็บเท้าก็จะทำให้เล็บดูขาวเนียนขึ้น และไม่ทำให้เล็บเหลืองด้วย
ที่มา http://club.myfri3nd.com/club93/webboard/1905/3752


สูตรหน้าขาว ใสกริ๊ง
วิธีต่อไปนี้ เป็นวิธีที่ทำให้หน้าขาว ใส กริ๊งอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

เตรียม สูตรหน้าขาว ใสกริ๊ง
1. แป้งดินสอพอง
2. ขมิ้นหรือไพร
3. มะขามเปียกหรือมะนาว

วิธีทำ
ละลายดินสอพองไม่ต้องแฉะมากให้พอข้น แล้วผสมไพรหรือขมิ้น และมะนาวหรือมะขามเปียก
ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
ใบหน้าของคุณก็จะขาวใสขึ้นค่ะ

หมายเหตุ
สูตรหน้าใส ไร้สิวทุกสูตร ให้เลือกตามสะดวกสูตรไหนก็ได้ ควรทำอาทิตย์ละ 1 ครั้งเท่านั้น
ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=aesthetic&month=26-08-2009&group=5&gblog=16


วิธีทําให้ผิวขาว
วิธีการขัดผิวให้ขาวขึ้น

ตอน นี้เมื่อพูดถึงการดูแลรักษาผิวพรรณของสุภาพสตรี
ถามใคร ใครก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากมีสุขภาพผิวที่ดี
และที่สำคัญอยากมีผิวที่ขาวขึ้นกันทั้งนั้น
ก็เลยทำให้ผลิตภัณฑ์ประเภท Whitening ออก มาจำหน่ายกันมากมายหลายยี่ห้อ
คราวที่แล้วเราเคยแนะนำผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ช่วยทำให้ผิวหน้าขาวใสไปแล้ว
คราวนี้เรามีสูตรลับจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ช่วยขัดผิวกายให้ขาวขึ้นมาฝาก ค่ะ

อุปกรณ์ความขาว
1. เกลือเม็ดหยาบ
2. น้ำมันมะกอก
3. น้ำมะนาว

ขั้นตอน
นำ เกลือมาผสมกับน้ำมันมะกอกในปริมาณที่เหมาะสม เสร็จแล้วเติมมะนาวลงไปกะดูให้พอเข้มข้น
โดยเกลือจะทำหน้าที่ลอกผิวหนังที่ตายแล้วและทำความสะอาดผิวได้เป็นอย่างดี
ส่วนน้ำมะกอกทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น และน้ำมะนาวนี่เองที่ทำให้ผิวขาวขึ้น
แต่ ควรผสมในปริมาณน้อยเพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
ขณะอาบน้ำให้ลองขัดผิวของคุณด้วยส่วนผสมดังกล่าวแล้วล้างออก
ผิวของคุณจะเหมือนลูกพีชที่จุ่มในน้ำผึ้งยังไงอย่างงั้น แต่ก็อย่าลืมนะคะ
ควรทดสอบก่อน ถ้ารู้สึกระคายเคืองให้ล้างออกแล้วหยุดใช้ทันที
ที่มาจาก fwdder.com


สูตรลับหน้าขาวใสไร้สิวด้วยมะนาว
สูตร ลับหน้าขาวใสไร้สิวด้วยมะนาวสูตรง่ายๆที่ใครก็สามารถทำได้ด้วยมะนาว
ที่ทุกๆ บ้านต้องมีติดไว้ สูตรหน้าขาวที่ไม่เป็นอันตราย
เพราะเป็นสูตรจากธรรมชาติแท้ 100 %

ส่วนประกอบ
1. มะนาว 1 ลูก
2. มีด
3. ถ้วยใบเล็กๆหรืออ่างใบเล็กๆ
4. ที่คาดผมหรือหมวกคลุมผม

ขั้นตอนการทำ
ต้ม น้ำให้อุ่นๆไม่ร้อนเกินไปล้างมะนาวให้สะอาด ผ่ามะนาวออกเป็นซีกๆ
แกะเมล็ดออกให้หมด บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วยไว้ เปลือกเก็บไว้ไม่ต้องทิ้ง
ล้างหน้าให้สะอาด ด้วยน้ำอุ่นที่เตรียมไว้กับสบู่หรือโฟมล้างหน้า
แล้วซับหน้าให้สะอาดและแห้งสนิท หลังจากนั้นใช้เปลือกมะนาวชุบน้ำมะนาวเช็ดให้ทั่ว
ไล่จากหน้าผากแล้วไปที่แก้มทั้ง 2 ข้าง จมูกและคาง อย่าถูกแรง ควรถูกคลึงเบาๆให้ทั่วทั้งใบหน้า
เปลี่ยนเปลือกมะนาวบ้างก็ได้เช็ดถูจนน้ำมะนาวหมดแก้ว เสร็จแล้วพักหน้าทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง 

หน้ามัน วิธีแก้ 8 วิธี

หน้ามัน ปกติแล้วระบบร่างกายคนเรา (โดยเฉพาะใบหน้า) จะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อให้ผิวพรรณของเราคงอยู่ในสภาพที่ชุ่มชื่นและถูกปกป้องจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก แต่อะไรก็ตามที่มันมากเกินไปก็มักจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี จริงไหมครับ? การที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป เป็นผลให้เกิดจุดด่างดำและปัญหาสิวได้ สำหรับบางคนอาจจะโชคไม่ดีเสียหน่อยเป็นคนหน้ามันโดยธรรมชาติ แต่อย่าเสียใจไป เรายังมีวิธีแก้มากมายให้คุณเปลี่ยนจากคนหน้ามันจนทอดไข่ได้ กลายมาเป็นคนมีใบหน้าสมดุลย์ ผิวเนียนใสอย่างที่ต้องการ การเคลียผิวให้มีสภาพสมดุลย์นั้นทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด แต่อาจจะต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บางอย่างที่คุณใข้อยู่ทุกวันให้เข้ากับผิวมันๆของคุณ ทำอย่างไรอ่านข้างล่างกันเลย
หน้ามัน วิธีแก้ ปัญหาหน้ามัน

วิธีแก้ 1 – โฟมล้างหน้า

การล้างหน้าถือได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาผิวมัน แต่ควรจะล้างแค่วันละสองครั้ง เช้าและก่อนนอนก็พอ การล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไปนั้น จะทำให้ผิวหน้าของคุณผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม การล้างหน้าควรล้างด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่ล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และไม่ใช้สบู่ธรรมดาในการล้างหน้า (ยกเว้นสบู่เด็ก) เพราะการใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่ที่มีค่ากรดหรือด่างมากเกินไป จะส่งผลให้ผิวของคุณผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม การเช็ดหน้าหลังล้างหน้าก็ส่งผลกับเรื่องของความมันเช่นกัน พยายามเช็ดเบาๆ หรือใช้การซับก็ได้ อย่าขยี้หน้าแรงๆ เพราะจะส่งผลให้ผิวจะผลิตความมันออกมามากเกินควรหลังจากล้างหน้าเสร็จ ถ้าหากการใช้โฟมล้างหน้าแบบปกติไม่ช่วยให้ปัญหาหน้ามันลดน้อยลง แนะนำว่าให้เลือกโฟมล้างหน้าที่มี สารประกอบออกฤทธิ์ต่อไปนี้
  • benzol peroxide
  • salicylic acid
  • glycolic acid
  • beta-hydroxy acid
จะเห็นได้ว่าสารประกอบพวกนี้มีส่วนช่วยในการรักษาสิวทั้งนั้น ซึ่งความเป็นจริงแล้ว นอกจากผลิตภัณฑ์พวกนี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาสิวแล้ว ยังเหมาะกับการช่วยให้คนที่อยากแก้ปัญหาหน้ามันเช่นกัน เพราะสารออกฤทธ์เหล่านี้มีส่วนช่วยในการไปชะลอต่อมไขมันในผิวหนังให้ผลิตความมันน้อยลง

วิธีแก้ 2 – โทนเนอร์

ไม่อยากหน้ามัน
โทนเนอร์เช็ดหน้าส่วนมากผลิตมาเพื่อเช็ดหน้าให้สะอาดหมดจดจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวหน้า ซึ่งโทนเนอร์นั้นมีส่วนผสมที่แตกต่างออกไปตามยี่ห้อ ทั้งเหมาะกับคนที่มีผิวหน้ามัน และคนที่มีผิวหน้าแห้ง (ส่วนมากจะไม่เหมาะกับคนผิวแห้งเท่าไหร่ เพราะโทนเนอร์จะมีส่วนผสมของยารักษาสิวหรือไม่ก็แอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้หน้าแห้งเข้าไปอีก) โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการแก้ปัญหาหน้ามันมาก ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับโฟมล้างหน้า เพราะผลิตภัณฑ์พโทนเนอร์ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบที่ช่วยในการรักษาสิวเช่น Salicylic acid, glycolic acid ซึ่งไปลดการผลิต sebum ของต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาหน้ามันแล้ว ยังช่วยลดปัญหาสิวด้วย

วิธีแก้ 3 – ทิชชู่เปียกสำหน้าเช็ดหน้า

ทิชชู่เปียกสำหรับเช็ดหน้าที่ขายๆกันตามท้องตลาดนั้น บางยี่ห้อมีส่วนผสมของ salicylic acid, glycolic acid, alcohol หรือส่วนผสมที่ช่วยชะลอการทำงานของต่อมไขมันบนใบหน้า ให้ผลิตน้ำมันน้อยลง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับหน้าคุณผู้ชาย เพราะไม่ได้แต่งหน้าเหมือนคุณผู้หญิง จึงสามารถเช็ดระหว่างวันได้ หากรู้สึกหน้ามันเกินไประหว่างวัน หยิบมาเช็ดหน้าซะ นอกจากจะช่วยขจัดน้ำมันที่มากเกินไปบนใบหน้าแล้ว ยังช่วยเติมความสดชื่นกับผิวพรรณอีกด้วย

วิธีแก้หน้ามัน 4 – กระดาษซับมัน

กระดาษซับมันเป็นตัวเลือกที่ผมชอบมากที่สุด เพราะกระดาษซับมัน นอกจากจะช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้าแล้ว ยังไม่ทำให้หน้าแห้งเกินไปด้วย แถมยังพกพาสะดวกใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เรียกว่าเป็นวิธีแก้หน้ามันที่ดีที่สุด (อย่างน้อยก็ชั่วคราว)
การใช้กระดาษซับมันนั้น ไม่ควรไปปาดไปปาดมา ให้ใช้การกดซับในบริเวณต่างๆบนผิวหน้าที่คุณรู้สึกว่ามีความมันมากเป็นพิเศษ กดซับประมาณ 10-15 วินาทีต่อจุด เพื่อที่จะให้ความมันนั้นได้มีเวลาในการเคลื่อนตัวไปยังกระดาษซับมัน
การใช้กระดาษซับมันกินเวลาเพียงเล็กน้อยเพียง 2 – 3 นาที ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว . . . กระดาษซับมันยังมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดาและแบบผสมแป้ง ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ

วิธีแก้หน้ามัน 5 – แผ่นมาร์คหน้าและครีมมาร์คหน้า

face-skin-care-248x300แผ่นมาร์คหน้าและครีมมาร์คหน้ามักจะมีสารประกอบที่ช่วยให้ความมันของผิวหน้าลดลงหลังจากล้างหน้าและหน้าจะแห้งไปอีกซักพัก (เช่น Azelaic acid, Glycolic acid)  ซึ่งจะทำให้หน้าค่อนข้างแห้งหลังใช้
และเนื่องจากส่วนผสมที่เข้มข้น (อาจจะล้างออกยากในการล้างครั้งเดียว) ในผลิตภัณฑ์ประเภทมาร์ค, การใช้แผ่นมาร์คหน้าและครีมมาร์คหน้าต่างๆ ควรจะล้างหน้าให้สะอาดหลังการใช้เสมอ เพื่อป้องกันการอุดตันของส่วนผสมที่หลงเหลือที่จะทำให้เกิดปัญหาสิวอุดตันและสิวผดได้ในภายหลัง และควรใช้ไม่บ่อยครั้งนักในหนึ่งอาทิตย์เนื่องจากอาจทำให้หน้าแห้งเกินไปจนเกิดอาการระคายเคืองได้

วิธีแก้ 6 – มอยเจอร์ไรเซอร์

เอ๊ะ! ทำไมถึงมีมอยเจอร์ไรเซอร์ในรายการที่ช่วยแก้ปัญหาหน้ามันด้วย??? อย่าเพิ่งตกใจครับ มอยเจอร์ไรเซอร์ไม่ได้ทำให้หน้ามันไปกว่าเดิมอย่างที่คุณคิด
มอยเจอร์ไรเซอร์แบบออยฟรีนั้นช่วยให้หน้าคุณดูมีน้ำมีนวลขึ้นได้ โดยที่ไม่สร้างความมันเพิ่มเติม . . . การมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับคนที่มีผิวหน้ามัน แนะนำให้ทาในส่วนที่มันกว่าบริเวณอื่น”บางกว่าปกติ” เช่น บริเวณ T-zone ส่วนในบริเวณอื่นๆที่ไม่มีความมันมากนักให้ทาในปริมาณปกติ เพื่อผิวสวย ดูดี อิ่มน้ำ

วิธีแก้ 7 – ครีมกันแดด แบบออยฟรี

ครีมกันแดดแบบเก่าๆ อาจสร้างปัญหาหน้ามันระหว่างวันและมีเนื้อครีมที่หยาบ แถมยังอุดตันรูขุมขนให้เกิดปัญหาสิวอีก แต่ไงก็เถอะ การป้องกันผิวพรรณจากรังสี UV เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากไม่อยากผิวคล้ำและหน้าแก่เร็ว
ครีมกันแดดในช่วงหลายปีหลังนี้มีการพัฒนาไปเยอะ ซึ่งมีแบบ ออยฟรี ไม่ทำให้หน้ามันระหว่างวันแถมยังปกป้องผิวคุณจากรังสี UV ได้ดีกว่าสมัยก่อนซะอีก นอกจากจะปกป้องผิวสวยของคุณแล้วยังทำให้หน้าของคุณดูดีเนียนใส ตลอดวันอีกด้วย ^_^ (สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนสภาพผิว ดูผลิตภัณฑ์ดีๆจากเราได้ที่ ครีมสำหรับคนหน้ามัน)

วิธีแก้  8 – ปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลผิวหน้าตามฤดูกาล

วิธีแก้หน้ามัน
สังเกตุไหมถ้าในช่วงหน้าร้อนหน้าคุณจะมันมากกว่าปกติ แต่หน้าหนาวหน้ากลับแห้งจนบางทีต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทุกเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าแห้งเกินไป?
ในหน้าร้อนนั้นความร้อนและความชื้นจากอากาศบวกกันทำให้ผิวพรรณของคุณมีความมันกว่าปกติมาก ยิ่งออกกิจกรรมกลางแจ้งไม่ต้องพูดถึงเลย ทั้งเหงื่อทั้งความมันรวมกันทำให้หน้าหมองคล้ำสุดๆ แถมยังมีโอกาสเป็นสิวเพิ่มมากขึ้นด้วย – ในหน้าร้อนนั้นแนะนำให้ใช้วิธีต่างๆในบทความนี้รวมกัน จะช่วยแก้ปัญหาผิวมันได้
ส่วนในหน้าหนาวคุณอาจจะลดปริมาณการใช้ลง หรือเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่มีส่วนผสมของพวกยารักษาสิว. เช่นเปลี่ยนโฟมล้างหน้าเป็นแบบปกติหรือแบบเนื้อครีม และลดปริมาณการใช้หรือเลิกใช้กระดาษซับมัน เพื่อที่จะให้หน้าของคุณมีน้ำมันหลงเหลือไว้ปกป้องผิวหน้าของคุณบ้าง ในสภาพอากาศที่ทำให้ผิวแห้ง (ป้องกันการเกิดการระคายเคือง) จำไว้ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หน้าแห้งต่างๆนั้น (จำพวกที่ไปยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน) จะทำให้หน้าแห้งเกินไป จนเกิดการระคายเคือง เกิดสิวผด รวมไปถึงสิวอุดตัน

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More